ภัยเงียบ...แสงสีฟ้า ทำลายสายตา

ปัจจุบันเป็นยุคดิจิตอล สังคมออนไลน์ ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราต่างไปจากอดีต คนส่วนใหญ่มักใช้เวลาไม่ว่าจะทำงาน หรือพักผ่อน ดูหนัง ฟังเพลง ช้อปปิ้งออนไลน์ ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ได้ทุกที่ทุกเวลาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว

จากข้อมูลทางสถิติพบว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง 5 นาที ในปี 2561 เพิ่มขึ้นจากปี 2560 3 ชั่วโมง 30 นาที (1) แสดงให้เห็นว่า มีการใช้สายตาอยู่หน้าจอเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับสถิติที่ว่าคนไทยมีปัญหาทางสายตามากขึ้น (2) การใช้สายตาอยู่หน้าจอต่อเนื่องมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้เกิดอาการ • ตาล้า • ตาเบลอ • ปวดตา • ตาแห้ง ระคายเคืองตา • ตาพร่ามัว อาการดังกล่าว เกิดจากดวงตาได้รับแสงสีฟ้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคลื่นแสงที่มีพลังงานสูงจากจออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ บวกกับการสั่นกระพริบของหน้าจอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อลูกตาทำงานหนักมากขึ้นในการโฟกัสภาพ และ มีการกระพริบตาลดน้อยลงจากปกติที่ควรจะกระพริบตา 10-15 ครั้งต่อนาที ส่งผลให้น้ำตาระเหยออกไปมากขึ้น (3, 4) สิ่งสำคัญคือ แสงสีฟ้า สามารถผ่านกระจกตา เลนส์ตา ทะลุไปถึงจอประสาทตาได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการมองเห็น หากมีพฤติกรรมใช้สายตาอยู่หน้าจอเป็นประจำเป็นเวลานานๆ ในระยะยาวจะเร่งการเสื่อมของดวงตา ซึ่งพบว่า แสงสีฟ้า เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม (Age-related macular degeneration หรือ AMD) (5)

อ้างอิง
1. รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2561. สำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
2. Watanee Jenchitr and Supaluk Raiyawa. Refractive errors: the major visual impairment in Thailand. Rangsit Journal of Arts and Sciences. 2012; 2 (2): 133-141.
3. Blehm C., et al. Computer Vision Syndrome: A Review. Survey of Ophthalmology. 2005; 50(3): 253-262.
4. Loh KY. and Reddy SC. Understanding and preventing computer vision syndrome. Malaysian Family Physician 2008; 3(3): 1-4.
5. Thierry V. Blue light hazard: New knowledge, new approaches to maintaining ocular health report of a roundtable. New York city, USA. 2013

บทความที่เกี่ยวข้อง

BRAND’S Health Club -ลูทีน & ซีแซนทีน...ตัวช่วยในสังคมออนไลน์  ป้องกันภัยร้ายจอประสาทตาเสื่อม

ลูทีน & ซีแซนทีน...ตัวช่วยในสังคมออนไลน์ ป้องกันภัยร้ายจอประสาทตาเสื่อม

ในยุคนี้ เราคงจะหลีกเลี่ยงหรือหนีคำว่า Social Media ไปไม่ได้ ผู้คนส่วนใหญ่ติดจอ ติดแชท ใช้สื่อออนไลน์กันรอบตัว ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาตาแห้ง และจอประสาทตาเสื่อม จากหลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์ค้นพบคุณประโยชน์ของสารลูทีนและซีแซนทีน ที่ช่วยป้องกันจอประสาทตาเสื่อมได้ ...อ่านต่อ

BRAND’S Health Club -เสริมเกราะป้องกันดวงตาด้วย 4 สารอาหาร 2 สารพฤกษเคมี

เสริมเกราะป้องกันดวงตาด้วย 4 สารอาหาร 2 สารพฤกษเคมี

ปัญหาท้องผูกเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไป สูงถึง 33.5% และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า โดยผลกระทบของภาวะท้องผูกเรื้อรังในผู้สูงอายุนั้นทำให้เกิดความเครียดและส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ...อ่านต่อ

BRAND’S Health Club -สารอาหารถนอมดวงตาเด็กยุคดิจิทัล

สารอาหารถนอมดวงตาเด็กยุคดิจิทัล

ในยุคดิจิทัลที่ผู้คนก้มหน้าก้มตาอยู่กับสมาร์ทโฟนหรือแทบเล็ต ไม่เว้นแม้แต่เด็กๆ ซึ่งหากใช้สายตาอยู่หน้าจอเป็นเวลานานๆอาจทำให้เกิดปัญหาด้านสายตาเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดอาการ ปวดตา ตาล้า แสบตา ระคายเคืองตา ตาแห้ง ตัวการสำคัญคือ แสงสีน้ำเงิน (Blue Light) ซึ่งเป็นคลื่นแสงที่มีพลังงานสูงจากจอ ...อ่านต่อ

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ