ไลโคปีน ช่วยให้ผิวสวยกระจ่างใสไม่กลัวแดด

ผิวสวยกระจ่างใส ปราศจากจุดด่างดำและริ้วรอย แลดูสุขภาพดี และอ่อนกว่าวัย ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ผิวพรรณจากที่เคยเต่งตึง เปล่งปลั่ง กลายเป็นผิวที่หย่อนคล้อย มีริ้วรอย และหมองคล้ำ เนื่องจากเซลล์ผิวผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินน้อยลง ส่งผลให้ผิวขาดความแข็งแรง การผลัดเซลล์ผิวเกิดช้าลง และมีการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีผิวที่เพิ่มจำนวนขึ้น ทำให้ผิวหมอง ไม่สดใส รวมทั้งเซลล์ผิวอุ้มน้ำน้อยลง ทำให้ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น และเกิดริ้วรอยได้ง่าย นอกจากอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว ตัวการสำคัญที่เร่งให้ผิวเสื่อมหรือผิวแก่ก่อนวัย คือ แสงแดด เนื่องจากในแสงแดดเต็มไปด้วย รังสีอัลตร้าไวโอเล็ต (รังสียูวี) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

  • • รังสียูวีเอ (UVA) ซึ่งเป็นแสงในช่วงความยาวคลื่น 320-400 นาโนเมตร สามารถผ่านทะลุผิวชั้นหนังกำEpidermis) กระตุ้นให้เซลล์เมลาโนไซด์ (Melanocyte) ทำงานผิดปกติ คือ เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) เพิ่มมากขึ้น โดยอาศัยเอนไซม์ “ไทโรสิเนส” (Tyrosinese) ทำให้สีผิวหมองคล้ำหรือเข้มขึ้นได้ สีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมถึงเกิดกระและฝ้า นอกจากนี้ รังสียูวีเอ ยังสามารถผ่านทะลุไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) กระตุ้นให้ร่างกายสร้างอนุมูลอิสระ ซึ่งจะไปทำลายโครงสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังและเส้นใยอิลาสติน (Elastin) ทำให้ผิวหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอยก่อนวัย
  • • รังสียูวีบี (UVB) ซึ่งเป็นแสงในช่วงความยาวคลื่น 290-320 นาโนเมตร สามารถผ่านทะลุผิวชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น กระตุ้นให้เกิดกระ ฝ้า และจุดด่างดำ ผิวบวมแดงและแสบร้อน เกิดอาการไหม้แดด (Sunburn) และเมื่อได้รับรังสียูวีบีอย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังได้

วิธีการป้องกันไม่ให้ผิวถูกทำลายจากรังสียูวีในแสงแดด คือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 09.00 น. ถึง 15.00 น. ซึ่งจะมีปริมาณรังสียูวีอยู่มาก หากจำเป็นต้องออกไปกลางแดด ควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่หมวกปีกกว้าง หรือกางร่ม นอกจากหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด ซึ่งเป็นการปกป้องผิวจากภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญคือ การเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว บำรุงผิวให้แข็งแรงจากภายใน ด้วยการเลือกรับประทานสารอาหารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และมีฤทธิ์ในการต้านแดด ปกป้องเซลล์ผิวจากรังสียูวี และชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ได้แก่

ไลโคปีน เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่ละลายได้ดีในไขมัน ทำให้พืชหรือผลไม้มีสีแดง เหลือง หรือส้ม พบมากในมะเขือเทศ โดยไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระแรงที่สุดในกลุ่มแคโรทีนอยด์ โดยมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าเบต้าแคโรทีน (-carotene) 2 เท่า นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าแอลฟา โทโคฟีรอล (-tocopherol) 10 เท่า ซึ่งไลโคปีนจะช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยรังสียูวีในแสงแดด ลดความรุนแรงที่เกิดจากอาการผิวไหม้จากแสงแดด และช่วยชะลอผิวไม่ให้แก่ก่อนวัย โดยการศึกษาวิจัยทางคลีนิก พบว่า

  • ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยรังสียูวีในแสงแดด : การรับประทานไลโคปีน หรือมะเขือเทศเข้มข้นที่มีไลโคปีนในปริมาณ 8 - 16 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 10 - 12 สัปดาห์ ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยรังสียูวีในแสงแดด โดยช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่ถูกสร้างขึ้นหลังจากผิวได้รับแสงแดด และช่วยดูดซับรังสียูวีเอ และ รังสียูวีบี ทำให้ผิวทนต่อแสงแดดได้มากขึ้น และช่วยลดอาการผิวไหม้อันเกิดจากแสงแดด ทำให้ผิวไม่คล้ำเสียง่าย
  • ปกป้องผิวลึกถึงระดับดีเอ็นเอ (DNA) : การรับประทานมะเขือเทศเข้มข้นที่มีไลโคปีน 16 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยรังสียูวีในแสงแดดได้ลึกถึงระดับดีเอ็นเอ (DNA) โดยช่วยลดการทำลายดีเอ็นเอในเซลล์ไมโตคอนเดรียล (Mitochondrial) ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการสร้างพลังงานให้แก่เซลล์ต่างๆในร่างกาย รวมทั้งเซลล์ผิวด้วย และช่วยเพิ่มโปรคอลลาเจน (Procollagen) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์คอลลาเจนเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ผิวแข็งแรง กระชับ และยืดหยุ่น จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวได้
  • เพิ่มความชุ่มชื้นและปกป้องเซลล์จากการถูกทำร้ายด้วยอนุมลอิสระ : นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยพบว่า การรับประทานสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ อย่างเช่น ไลโคปีน ร่วมกับ วิตามินอี จะเสริมฤทธิ์กันในการปกป้องเซลล์จากการถูกทำร้ายด้วยอนุมลอิสระ ช่วยลดอาการผิวไหม้แดดและช่วยให้ผิวไหม้แดดหายได้เร็วขึ้น รวมทั้ง วิตามินอี ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอีกด้วย

ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างไลโคปีนได้ จึงต้องรับประทานเข้าไปเท่านั้น โดยพบว่า การรับประทานไลโคปีน 10 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ทำให้ระดับไลโคปีนในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และช่วยเพิ่มระดับแคโรทีนอยด์ในผิวหนัง ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่ถูกสร้างขึ้นหลังจากผิวได้รับแสงแดด โดยการรับประทานผักผลไม้ที่เป็นแหล่งของไลโคปีน อย่างเช่น มะเขือเทศ ควรนำมะเขือเทศมาทำให้สุกก่อนรับประทาน เพราะมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนแล้วจะทำให้โครงสร้างของไลโคปีนเปลี่ยนจาก Trans isomers เป็น Cis isomers ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมไลโคปีนได้ดีกว่ารับประทานแบบสดๆ นอกจากนี้ควรรับประทานร่วมกับอาหารที่มีไขมันดี เพราะไขมันในอาหารจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดี ดังนั้น การเลือกรับประทานสารอาหารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และมีฤทธิ์ในการต้านแดด อย่างเช่น ไลโคปีนจากมะเขือเทศ และ วิตามินอี จึงเปรียบเสมือนการเสริมสร้างเกราะปกป้องผิวจากแสงแดด ให้ผิวสวยกระจ่างใส มีสุขภาพที่ดีจากภายใน นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว พักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งหลีกเลี่ยงปัจจัยทำร้ายผิวจากภายนอก ซึ่งได้แก่ แสงแดด มลภาวะต่างๆ แอลกอฮอล์ และ บุหรี่ ผิวพรรณของเราก็จะคงความสวยงามและอ่อนเยาว์อยู่กับเราได้ยาวนานขึ้น

เอกสารอ้างอิง

  • Latha M S, Martis J, Shobha V, Shinde R S, Bangera S, Krishnankutty B et al. Sunscreening Agents A Review. J Clin Aesthet Dermatol 2013. 6(1);16–26.
  • Kong KW, Khoo HE, Prasad KN, Ismail A, Tan CP, Rajab NF. Revealing the power of the natural red pigment lycopene. Molecules. 2010. 15(2); 959-87.
  • Collins JK and Veazie PP. Lycopene: From plants to humans. HortScience. 2006. 41(5); 1135-1144.
  • Stahl W, Heinrich U, Aust O, Tronnier H and Sies. Lycopene-rich products and dietary photoprotection. Photochem. Photobiol. Sci., 2006. 5; 238–242.
  • Rizwan M, Rodriguez-Blanco I, Harbottle A, Birch-Machin MA, Watson RE and Rhodes LE. Tomato paste rich in lycopene protects against cutaneous photodamage in humans in vivo: a randomized controlled trial. Br J Dermatol. 2011. Jan;164(1); 154-62.
  • Stahl W, Heinrich U, Jungmann H, Sies H and Tronnier H. Carotenoids and carotenoids plus vitamin E protect against ultraviolet light–induced erythema in humans. Am J Clin Nutr. 2000. 71; 795–8.
  • Aust O, Stahl W, Sies H, Tronnier H and Heinrich U. Supplementation with tomato-based products increases lycopene, phytofluene, and phytoene levels in human serum and protects against UV-light-induced erythema. Int J Vitam Nutr Res. 2005. Jan; 75(1); 54-60.
  • Stahl W, Heinrich U, Aust O, Tronnierb Hagen and Sies Helmut. Lycopene-rich products and dietary photoprotection. Photochem. Photobiol. Sci. 2006. 5; 238–242.
  • Stahl W and Sies H. Carotenoids and Flavonoids Contribute to Nutritional Protection against Skin Damage from Sunlight. Mol Biotechnol. 2007. 37; 26–30.
  • Meléndez-Martínez AJ, Stinco CM and Mapelli-Brahm P. Skin Carotenoids in Public Health and Nutricosmetics: The Emerging Roles and Applications of the UV Radiation-Absorbing Colourless Carotenoids Phytoene and Phytofluene. Nutrients. 2019. 11, 1093; 1-41.

บทความที่เกี่ยวข้อง

BRAND’S Health Club  - กินดี เสริมภูมิ ช่วยต้านภัยฝุ่น PM2.5 และมลพิษ

กินดี เสริมภูมิ ช่วยต้านภัยฝุ่น PM2.5 และมลพิษ

ในแต่ละวัน เราต้องเจอกับมลพิษทางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นไอเสียจากรถยนต์ เขม่าควันจากโรงงานอุตสาหกรรม และ ฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพ อาจทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจมากมาย งานวิจัยล่าสุดพบว่า ...อ่านต่อ

BRAND’S Health Club  - กินไข่ลดปัจจัยเสี่ยงเบาหวาน

กินไข่ลดปัจจัยเสี่ยงเบาหวาน

ผลการศึกษาพบว่า การรับประทานไข่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยไม่มีผลต่อระดับไขมัน LDL-C ในเลือด ...อ่านต่อ

BRAND’S Health Club  - อโวคาโด ลดเสี่ยงโรคหัวใจ และ หลอดเลือด

อโวคาโด ลดเสี่ยงโรคหัวใจ และ หลอดเลือด

อะโวคาโด อุดมไปด้วยกรดไขมันที่ดี มีโอเมก้า-9 สูง ผลการศึกษาพบว่า การรับประทานอะโวคาโด ช่วยลดระดับน้ำตาลและอินซูลินในเลือด ...อ่านต่อ

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ