วิธีนอน ชะลอและป้องกันสมองเสื่อม

นอกจากการมีโภชนาการดีและการออกกำลังกายจะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันอัลไซเมอร์แล้ว สิ่งที่จะลืมไม่ได้ในไลฟ์สไตล์ยุคนี้คือ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอาหารและการออกกำลังกาย บางครั้งเรามักจะคิดว่าอดนอนในวันทำงาน แต่ไปชดเชยการนอนในวันสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดก็ได้ แต่สำหรับคนที่อดนอนเป็นกิจวัตร หรืออดนอนเรื้อรังหรือผู้ที่มีปัญหาในการนอนไม่หลับเสมอๆ จะส่งผลต่อการทำงานของสมอง และ สุขภาพ ดังนี้

  • ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมอง และความสามารถในการจดจำลดลง
  • มึนงง ปวดศีรษะ สมาธิไม่ดี และการตัดสินใจแย่ลง
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย
  • ภูมิคุ้มกันลดลง
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และ เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง และหัวใจเต้นผิดปกติ เนื่องจากระดับฮอร์โมนที่ทำงานร่วมกับระบบเผาผลาญ การควบคุมความอยากอาหาร การตอบสนองต่อความเครียด และการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ

นอกจากนี้ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียรายงานว่า การอดนอนมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ เพราะสมองของเราจะมีการสะสมของเสียที่เรียกว่า beta-amyloid (Aβ) ทำให้เกิด amyloid plaques ที่รบกวนการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท นักวิจัยตั้งสมมติฐานไว้ว่าการนอนช่วยขจัดของเสียจากสมองออกไปได้ เราจึงควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอไม่น้อยกว่า 7 – 8 ชั่วโมง และควรเข้านอนตอน 22.00 น. เพราะโกร๊ทฮอร์โมนจะเริ่มหลั่งและหลั่งสูงสุดเวลา 24.00 น. แถมการนอนที่มีคุณภาพนั่นไม่เพียงแค่หลับเฉยๆ แต่ยังรวมไปถึงการหลับที่สมบูรณ์ โดย

  • หลับและตื่นให้เป็นเวลาแม้ในวันหยุด เพื่อให้เกิดความเคยชิน ห้องที่นอนควรมืดและเงียบ หลีกเลี่ยงแสงจ้าและสว่างมากในเวลานอน ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไปเพราะจะทำให้หลับไม่สนิท
  • ไม่ควรทำกิจกรรมอื่นๆ ในห้องนอน เช่น ดูโทรทัศน์ ใช้คอมพิวเตอร์ หรือทำงาน ห้องนอนควรมีไว้เพื่อการนอน ควรทำให้เกิดความเคยชิน เมื่อถึงห้องนอนจะได้รู้สึกง่วงนอนและสามารถนอนหลับได้อย่างรวดเร็ว ถ้านอนไม่หลับภายหลังเข้านอน 20-30 นาที ควรลุกไปทำกิจกรรมอื่นก่อน เช่น ฟังเพลงเบาๆ สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิก่อนนอน เพื่อให้ผ่อนคลาย
  • ควรลดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความถี่สูง เช่น สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ด เนื่องจากความถี่สูงจากการเห็นจะกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว 30 นาที ก่อนที่จะนอน
  • ไม่ควรออกกำลังกายใกล้เวลานอน เพราะ การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นซึ่งจะกระตุ้นให้สมองไม่หลับ จึงควรออกกำลังกายเบาๆ หลังจากตื่นนอนตอนเช้าอย่างน้อย 15 นาที เพื่อช่วยให้สมองและร่างกายตื่นตัวทำให้ปฏิบัติภารกิจประจำวันดีขึ้น และอาจออกกำลังกายในตอนเย็นหลังเลิกงานเพื่อช่วยคลายความตึงเครียดจากการทำงาน
  • ไม่ควรนอนกลางวัน (ถ้าจำเป็นไม่ควรนอนเกิน 30 นาที) เพราะจะทำให้รบกวนช่วงเวลานอนในตอนกลางคืนได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับ เพราะจะทำให้เกิดความเคยชินกับการใช้ยา

บทความที่เกี่ยวข้อง

5 วิธี Boost สมองเพิ่มความจำ ห่างไกลอัลไซเมอร์

5 วิธี Boost สมองเพิ่มความจำ ห่างไกลอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ หรือโรคสมองเสื่อม เกิดจากความผิดปกติของเซลล์สมองถูกทำลาย มีหลายสาเหตุ โดยการเสื่อมที่เกิดขึ้นตามวัยก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอัลไซเมอร์ได้ ดังนั้นหนึ่งในวิธีป้องกันก็คือการดูแลสมองของเราอยู่เสมอให้มั่นฝึกการเพิ่มความจำ...อ่านต่อ

12 พฤติกรรมทำร้ายสมอง

12 พฤติกรรมทำร้ายสมอง

สมองคือสิ่งที่สำคัญของร่างกายที่ใช้ควบคุมการสั่งการทุกอย่างของร่างกาย ทุกวันนี้อาการสมองเสื่อม หรือแม้แต่อาการหลงๆลืม เริ่มเป็นเรื่องใกล้ตัวและเกิดขึ้นได้กับทุกคน ดังนั้นเราต้องเริ่มดูและสมองและหยุดพฤติกรรมเที่ยงที่จะทำร้ายสมอง ...อ่านต่อ

BRAND’S Health Club -สมองหดตัวได้ หากไม่เริ่มออกกำลังกาย

สมองหดตัวได้ หากไม่เริ่มออกกำลังกาย

งานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Neurology พบความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการออกกำลังกายของคนในวัยกลางคนกับการหดตัวของสมองเมื่ออายุมากขึ้น ก่อน พบว่า คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายในวัยกลางคนมีเนื้อสมองที่หดเล็กลง ...อ่านต่อ

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ